สรุปย่านลับในโตเกียว Part 1

  • รวม 6 ย่านทางเลือกในโตเกียวสำหรับคนที่อยากออกจาก Shinjuku, Shibuya และเส้นทางเดิมๆ
  • Yanaka, Nezu และ Kagurazaka เหมาะกับคนชอบเมืองเก่า ตรอก และบรรยากาศท้องถิ่น
  • Kichijoji, Nishi-Ogikubo และ Tomigaya–Oku-Shibu เด่นเรื่องสวน คาเฟ่ ร้านหนังสือ ของเก่า ดีไซน์ และบาร์

หัวข้อในบทความนี้

  1. Yanaka
  2. Kagurazaka
  3. Kichijoji
  4. Nezu
  5. Nishi-Ogikubo
  6. Tomigaya & Oku-Shibu

ไปโตเกียวบ่อยจนเริ่มเบื่อย่านเดิมๆ หรือกำลังวางแผนไปครั้งแรกแล้วอยากเห็นเมืองในมุมที่ต่างออกไปไหม? นอกจาก Shinjuku, Shibuya, Shimokitazawa หรือ Koenji แล้ว โตเกียวยังมีย่านอีกหลายแห่งที่เดินสนุกและมีคาแรกเตอร์ชัดในแบบของตัวเอง

บางย่านเด่นเรื่องเมืองเก่าและวิถีชีวิตแบบ local บางย่านเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านหนังสือ ร้านแผ่นเสียง แกลเลอรี และร้านเล็กๆ ที่น่าแวะระหว่างทาง บทความนี้เลยรวม 6 ย่านทางเลือกในโตเกียวสำหรับคนที่อยากออกจากเส้นทางเดิมๆ และค่อยๆ ทำความรู้จักโตเกียวในอีกหลายมุม

อัปเดตข้อมูลล่าสุด: กันยายน 2026 บทความนี้เป็น curated guide จากการรีเสิร์ชและเช็กข้อมูลสถานที่ล่าสุด ไม่ใช่ field note จากการไปครบทั้ง 6 ย่าน เวลาเปิด-ปิด รายละเอียดร้าน และกิจกรรมอาจเปลี่ยนได้ ควรเช็กข้อมูลล่าสุดกับสถานที่นั้นๆ ก่อนเดินทาง

คำตอบสั้นๆ: 6 ย่านในพาร์ทนี้คือ Yanaka และ Nezu สำหรับบรรยากาศโตเกียวเก่า, Kagurazaka สำหรับตรอกเก่าและวัฒนธรรมอาหาร, Kichijoji สำหรับสวน คาเฟ่ และ Harmonica Yokocho, Nishi-Ogikubo สำหรับร้านหนังสือ ของเก่า และคาเฟ่ ส่วน Tomigaya & Oku-Shibu เหมาะกับคนชอบคาเฟ่ ดีไซน์ ร้านหนังสือ และบาร์ใกล้ Shibuya

ย่านลับในโตเกียว (1/2)


Yanaka

Yanaka เป็นหนึ่งในย่านที่ยังเก็บบรรยากาศแบบ shitamachi หรือโตเกียวเมืองเก่าไว้ได้ชัด ขณะเดียวกันก็มีคาเฟ่ แกลเลอรี และพื้นที่สร้างสรรค์แทรกอยู่ตามถนนและบ้านเก่า ทำให้ย่านนี้มีทั้งความคลาสสิกและความร่วมสมัยอยู่ด้วยกัน ที่สำคัญยังเดินทางไม่ยากจากทั้ง Ueno และ Nippori

Credit: Photo by Nichika Yoshida, Nakaharu Line on Unsplash

Exploring Yanaka

จุดเริ่มต้นที่เดินง่ายคือ Yanaka Ginza ถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ขนม ของฝาก และร้านเล็กๆ ของคนในย่าน ระหว่างทางจะเห็นสินค้าหรือมุมที่ใช้แมวเป็นธีมอยู่หลายจุด รวมถึงแกลเลอรีอย่าง Gallery Nekomachi จึงเป็นเส้นที่เหมาะกับการเดินแบบไม่ต้องรีบและค่อยๆ แวะไปเรื่อยๆ

ถ้าพูดถึงร้านใน Yanaka และโซน Yanesen ก็มีทั้งร้านเก่าและร้านใหม่ที่ช่วยให้เห็นคาแรกเตอร์ของย่านชัดขึ้น สายกาแฟมี Ignis Coffee, CIBI และ Kayaba Coffee ส่วนสายของหวานมี Himitsudo กับ Waguriya ถ้าอยากได้บรรยากาศที่เป็น RoveTUNE มากขึ้น ลอง TAYORI, Sanpota Cafe Nonbiriya หรือ Hachidaime Denzaemon Meshiya ซึ่งต่างก็ใช้พื้นที่และบรรยากาศของย่านเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

Instagram Featured: @kayabacoffee, @himitsudo132, @igniscoffee
From left to right: Kayaba Coffee , Himitsudo, Ignis Coffee

Don’t Miss:

นอกจาก Yanaka Ginza แล้ว ยังมี Yanaka Cemetery ที่เงียบสงบและมีแนวซากุระสวยในฤดูใบไม้ผลิ, Tennoji Temple วัดเก่าแก่ที่เหมาะกับการแวะพักจากเส้นเดิน และ SCAI The Bathhouse แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยที่ดัดแปลงจากโรงอาบน้ำเก่า เป็นอีกตัวอย่างของการที่ Yanaka เก็บอดีตไว้พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้สิ่งใหม่ๆ

Instagram Featured: @mrgreen7777, @laurentdepalaiseau, @noephoto888
From left to right: Tennoji Temple, Yanaka Cemetery, Scai the Bathhouse

How to get there:

Yanaka เดินทางสะดวกจากสถานี Nippori ซึ่งเชื่อมกับ JR Yamanote, Keisei และสายอื่นๆ หรือเริ่มจากสถานี Sendagi บน Tokyo Metro Chiyoda Line แล้วเดินต่อเข้า Yanesen ก็ได้


Kagurazaka

Kagurazaka เป็นย่านที่ถ้าเดินอยู่เฉพาะถนนหลักอาจดูคล้ายย่านกินดื่มทั่วไป แต่พอเลี้ยวเข้าไปตามตรอกและถนนปูหิน บรรยากาศจะเปลี่ยนไปทันที ย่านนี้เคยเป็นย่านเกอิชาที่สำคัญของโตเกียว และปัจจุบันยังเห็นร่องรอยของอดีตอยู่ข้างร้านอาหารฝรั่งเศส คาเฟ่ แกลเลอรี และร้านเล็กๆ จนได้ฉายาว่า “Little Paris” ของโตเกียว

Credit: Savvy Tokyo

Exploring Kagurazaka

เสน่ห์ของ Kagurazaka อยู่ที่การเดินออกจากถนนหลักแล้วค่อยๆ เข้าไปตามตรอกอย่าง Kakurenbo Yokocho และ Hyogo Yokocho ที่ยังมีพื้นหิน กำแพงไม้ และบรรยากาศของย่านเก่าอยู่ชัด ระหว่างทางสามารถสลับกับร้านอาหารฝรั่งเศสอย่าง Le Bretagne หรือ Lugdunum ซึ่งเป็นอีกด้านที่ทำให้ย่านนี้ต่างจากย่านเก่าทั่วไปในโตเกียว

Instagram Featured: @chanksters, @bar_lidemo, @lugdunum_bouchun_lyonnais, @breizhcafe
From left to right: Kyorakutei , Bar Lidemo, Lugdunum, Le Bretagne

ถ้าอยากเปลี่ยนจากอาหารฝรั่งเศสมาเป็นญี่ปุ่น มี Kyorakutei ร้านโซบะที่ยังมีรายชื่ออยู่ใน MICHELIN Guide ส่วนช่วงเย็น Bar Lidemo เป็นอีกตัวเลือกสำหรับปิดท้ายเส้นเดินแบบช้าๆ

Don’t Miss:

ถ้าอยากเห็น Kagurazaka มากกว่าเรื่องอาหาร ลองแวะ Akagi Shrine ศาลเจ้าที่ได้รับการออกแบบปรับปรุงใหม่โดย Kengo Kuma, Bishamonten Zenkokuji หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญบนถนน Kagurazaka และ Cave-Ayumi Gallery สำหรับเติมมุมศิลปะร่วมสมัยให้กับเส้นเดิน

Instagram Featured: @cave.tokyo, @lucille_0225, @kiyoka_tokyo
From left to right: Cave-Ayumi Gallery, Bishamonten Zenkokuji, Akagi Shrine

ถ้าไปช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ย่านจะเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบในช่วง Kagurazaka Matsuri สำหรับปี 2026 งานจัดวันที่ 22-25 กรกฎาคม โดยช่วงแรกเป็น Hozuki Market และสองวันหลังเป็น Awa Odori ที่มีขบวนเต้นรำและดนตรีตลอดถนนหลัก หากจะไปปีอื่นควรเช็กกำหนดการใหม่อีกครั้งจากเว็บไซต์งาน

How to get there:

เริ่มได้จากสถานี Kagurazaka บน Tokyo Metro Tozai Line หรือเข้าจากฝั่ง Iidabashi แล้วเดินขึ้นตาม Kagurazaka-dori ก็ได้ ส่วน Ushigome-Kagurazaka บน Toei Oedo Line เหมาะถ้าจะเริ่มจากอีกด้านของย่าน


Kichijoji

ถ้าอยากออกจากความแน่นของใจกลางโตเกียวโดยไม่ต้องเดินทางไกล Kichijoji เป็นย่านที่บาลานซ์เมืองกับธรรมชาติได้ดีมาก จาก Shinjuku นั่ง JR Chuo Line Rapid มาประมาณ 14 นาที ก็ได้ทั้งสวน Inokashira คาเฟ่ ร้านวินเทจ ถนนช้อปปิ้ง และ Harmonica Yokocho อยู่ในระยะเดินถึงกัน

Inokashira Park Photo by note thanun on Unsplash

จุดที่ทำให้ Kichijoji ต่างจากย่านช้อปปิ้งทั่วไปคือ Inokashira Park ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานี มีทั้งพื้นที่สีเขียว บ่อน้ำ เรือ และซากุระในฤดูใบไม้ผลิ จากสวนยังสามารถเดินต่อไป Ghibli Museum ได้ ทำให้หนึ่งวันใน Kichijoji สลับระหว่างธรรมชาติ ร้านค้า และวัฒนธรรมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนย่านบ่อย

Exploring Kichijoji

ถ้าเริ่มจากสถานี ลองเดินฝั่งร้านค้าและคาเฟ่ก่อน มีทั้ง Café Lumiere, Hattifnatt และร้านวินเทจอย่าง New York Joe จากนั้นค่อยไหลไปตาม Nakamichi Shopping Street หรือเส้นเล็กๆ รอบสถานี ก่อนลงไปพักที่ Inokashira Park ช่วงบ่าย

Instagram Featured: @hattifnatt_kichijoji, @cafe_lumier_kichiyoji, @newyorkjoe_kichijoji
From left to right: Hattifnatt, Café Lumiere, New York Joe

ถ้าอยากหาอะไรกินระหว่างวันมี Pizzeria GG หรือ Peace สำหรับน้ำแข็งไส ก่อนจะเก็บ Harmonica Yokocho ไว้ช่วงเย็น พอรวมสวน คาเฟ่ ร้านวินเทจ และตรอกกินดื่มเข้าด้วยกัน Kichijoji เป็นย่านที่ใช้เวลาได้เต็มวันโดยแทบไม่ต้องรีบไปไหนต่อ

Instagram Featured: @takahashiyoshikazu, @kabukicho_sr, @kalliokuljusatu
From left to right: Harmonica Yokocho, Pizzeria GG , Peace

Don’t Miss:

Ghibli Museum เหมาะจะจับคู่กับวันที่เที่ยว Kichijoji และ Inokashira Park แต่ต้องจองตั๋วล่วงหน้าเท่านั้น ไม่มีจำหน่ายตั๋วที่พิพิธภัณฑ์ ส่วน Kichijoji Petit Village เป็นอีก stop สั้นๆ สำหรับคนที่ชอบพื้นที่ขนาดเล็ก งานออกแบบ และมุมถ่ายรูป

Instagram Featured: @kyoko1903, @rikoshishi
From left to right: Ghibli Museum, Kichijoji Petit Village

ถ้าไปช่วงซากุระ Inokashira Park เป็นหนึ่งในจุดที่เหมาะกับการเผื่อเวลาไว้ยาวหน่อย จะปิกนิก เดินรอบบ่อน้ำ หรือเช่าเรือก็ได้ และถ้าไม่ใช่ฤดูซากุระ สวนก็ยังทำหน้าที่เป็นช่วงพักที่ดีระหว่างร้านค้าและคาเฟ่รอบ Kichijoji

How to get there:

สถานี Kichijoji ใช้ได้ทั้ง JR Chuo Line, JR Sobu Line และ Keio Inokashira Line จาก Shinjuku ถ้าใช้ JR Chuo Line Rapid ใช้เวลาประมาณ 14 นาที ส่วนจาก Shibuya สามารถใช้ Keio Inokashira Line ได้


Nezu

Nezu เป็นอีกด้านของโตเกียวที่เดินแล้วจังหวะเมืองช้าลงทันที อยู่ไม่ไกลจาก Ueno และเชื่อมต่อกับ Yanaka-Sendagi ได้ง่าย จึงเหมาะกับการรวมเป็นเส้น Yanesen ในวันเดียว ระหว่างทางจะเจอศาลเจ้า บ้านและอาคารเก่า ร้านอาหาร รวมถึงถนนเล็กๆ ที่ยังให้ความรู้สึกเป็นย่านอยู่อาศัยมากกว่าย่านท่องเที่ยวขนาดใหญ่

Nezu Shrine Photo by Susann Schuster on Unsplash

Exploring Nezu

จุดหลักของย่านคือ Nezu Shrine ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตามประวัติของศาลเจ้าเชื่อว่ามีจุดเริ่มต้นมากกว่า 1,900 ปีก่อน ส่วนอาคารหลักที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นช่วงต้นศตวรรษที่ 18 และหลายส่วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น Important Cultural Properties นอกจากแนวโทริอิสีแดงแล้ว ช่วงฤดูใบไม้ผลิยังมีสวนอาซาเลียที่เป็นอีกภาพจำของที่นี่

Photo by Dana Andreea Gheorghe, Nguyen TP Hai , Ving N on Unsplash
Images: Nezu Shrine

เรื่องของกินใน Nezu มีทั้งร้านที่เข้ากับบรรยากาศเก่าของย่านและร้านที่ควรตั้งใจมาโดยเฉพาะ เช่น Hantei Nezu ร้านคุชิอาเกะในอาคารเก่า, Kamachiku ร้านอุด้งในโกดังหินที่ปรับพื้นที่โดย Kengo Kuma และ Nezu no Taiyaki ร้านไทยากิแบบ takeaway ที่ของอาจหมดก่อนเวลาปิด ถ้าจะเก็บหลายจุดในวันเดียวควรเริ่มค่อนข้างเช้า แล้วค่อยเดินต่อไปฝั่ง Yanaka หรือ Sendagi

Instagram Featured: @kenichiro_shibaki, @k_tkgc
From left to right: Kamachiku, Hantei Nezu

ถ้าอยากเพิ่มมุมศิลปะให้เส้นเดิน ลองต่อไปที่ Takehisa Yumeji Museum ซึ่งอยู่ฝั่ง Yayoi และเดินจาก Nezu Station ได้ประมาณ 7 นาที พิพิธภัณฑ์เน้นผลงานและชีวิตของ Takehisa Yumeji และมีนิทรรศการหมุนเวียน จึงควรเช็ก exhibition ปัจจุบันก่อนเดินทาง

Don’t Miss:

ถ้ามีเวลาไม่มาก ให้เก็บ Nezu Shrine, ของกินสักหนึ่งร้าน และเดินต่อเข้าเส้น Yanesen แทนการพยายามเช็กอินหลายจุด สิ่งที่น่าสนใจของ Nezu อยู่ที่บรรยากาศระหว่างทางพอๆ กับ destination แต่ละแห่ง

How to get there:

วิธีตรงที่สุดคือ Tokyo Metro Chiyoda Line ลงสถานี Nezu จากนั้นจุดหลักของย่านอยู่ในระยะเดิน และถ้าจะต่อ Yanaka-Sendagi ก็สามารถเดินเชื่อมกันได้โดยไม่ต้องกลับขึ้นรถไฟอีกครั้ง


Nishi-Ogikubo

ถ้าชอบร้านหนังสือ ของเก่า คาเฟ่ และร้านเล็กๆ ที่มีเจ้าของร้านเป็นตัวกำหนดคาแรกเตอร์ Nishi-Ogikubo เป็นย่านที่เหมาะกับการเดินแบบไม่มี checklist มากนัก อยู่ถัดจาก Kichijoji เพียงหนึ่งสถานี แต่บรรยากาศต่างออกไปชัดเจน ถนนรอบสถานีเต็มไปด้วยร้านอิสระที่ทำให้การหลงเข้าซอยกลายเป็นส่วนหนึ่งของทริป

Photo by Re:gendo

Exploring Nishi-Ogikubo

คาแรกเตอร์สำคัญของ Nishi-Ogikubo คือร้านเก่าและร้านอิสระที่กระจายอยู่ทั้งสองฝั่งสถานี โดยเฉพาะกลุ่มร้านแอนทีค หนังสือ งานคราฟต์ และของใช้ จึงเหมาะกับการเดินสำรวจมากกว่าการพุ่งตรงไปยัง landmark เดียว ถ้าเห็นร้านเล็กๆ ที่น่าสนใจระหว่างทาง การแวะออกนอกลิสต์อาจเป็นส่วนที่ดีที่สุดของย่านนี้

สายคาเฟ่ยังมีตัวเลือกที่คาแรกเตอร์ต่างกันชัด เช่น Monozuki สำหรับบรรยากาศ kissaten และของตกแต่งเก่า, JUHA สำหรับกาแฟกับบรรยากาศที่มีดนตรีเป็นส่วนสำคัญ และ Saten สำหรับชาแบบญี่ปุ่น ถ้าจะเลือกเพียง 1-2 ร้าน ผมว่าดีกว่าพยายามเก็บทั้งหมด เพราะเสน่ห์ของ Nishi-Ogikubo อยู่ที่การมีเวลานั่งและเดินระหว่างร้านด้วย

Instagram Featured: @nomkakaii, @__.natsume
From left to right: Juha Coffee, Monozuki

ฝั่ง music culture มี BEATNIK GROOVE STORE ซึ่งเปิดหน้าร้านในปี 2023 และยังมีทั้ง vinyl, CD และของเกี่ยวกับดนตรี ส่วน Replace Records ก็ยังเป็นอีกจุดสำหรับคนชอบขุดแผ่น ขณะที่อาคารเดิมของ Re:gendo ปัจจุบันคือ 西荻窪 暮らしの研究室 ของ群言堂 เน้นเสื้อผ้า ของใช้ งานคราฟต์ และแนวคิดเรื่องการใช้ชีวิต มากกว่าจะเป็นร้านอาหารแบบในอดีต

Instagram Featured: @shouanbunko, @tomoya_takizawa, @replace_records
From left to right: Shoan Bunko, Higurashi Antiques, Replace Records

ถ้ามีเวลา ลองสลับร้านแอนทีคกับร้านเพลงแทนการเดินเป็นหมวดๆ จะได้เห็นความหลากหลายของย่านมากกว่า และช่วยให้ route ไม่กลายเป็นแค่การเช็กอินตามลิสต์

Don’t Miss:

ถ้าอยากเห็น Nishi-Ogikubo ในแบบที่เป็น RoveTUNE ผมจะไม่เลือก landmark เดียว แต่ให้จับสามอย่างเข้าด้วยกันคือ คาเฟ่เก่า 1 ร้าน, ร้านเพลงหรือแอนทีค 1-2 ร้าน และ 西荻窪 暮らしの研究室 เส้นแบบนี้จะเห็นทั้งความเก่า วัฒนธรรมอิสระ และงานออกแบบร่วมสมัยของย่านในวันเดียว

อีกกิจกรรมที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของย่านได้ดีคือ Nishi-Ogikubo Chasampo หรือ Tea Walk ซึ่งเชื่อมร้านต่างๆ ในละแวกเข้าด้วยกันผ่านชา กิจกรรม และสิทธิพิเศษของแต่ละร้าน งานไม่ได้มีวันตายตัวทุกปี ดังนั้นถ้าตั้งใจไปช่วงงานควรเช็กเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

How to get there:

ใช้ JR Chuo-Sobu Line ลงสถานี Nishi-Ogikubo จากนั้นร้านส่วนใหญ่ในบทความกระจายอยู่รอบสถานีและเดินเชื่อมกันได้ ถ้ามาจาก Kichijoji ก็อยู่ห่างกันเพียงหนึ่งสถานี จึงสามารถจัดสองย่านในวันเดียวได้ แต่ถ้าชอบเดินร้านเล็กๆ ผมแนะนำให้เผื่อ Nishi-Ogikubo อย่างน้อยครึ่งวัน


Tomigaya & Oku-Shibu

Tomigaya อยู่ติดกับ Yoyogi Park และค่อยๆ เชื่อมเข้าสู่พื้นที่ที่มักเรียกว่า Oku-Shibu แถว Kamiyamacho, Udagawacho และ Shoto สิ่งที่ทำให้เส้นนี้น่าเดินคือบรรยากาศจะเปลี่ยนจาก Shibuya ที่หนาแน่นไปเป็นถนนและซอยที่มีคาเฟ่ ร้านหนังสือ ร้านของใช้ ร้านอาหาร และบาร์กระจายอยู่เป็นช่วงๆ บทความนี้จึงมอง Tomigaya-Oku-Shibu เป็นเส้นเดินเดียวกัน แต่จะระบุพื้นที่ของแต่ละร้านให้ตรง เพราะไม่ใช่ทุกจุดในลิสต์จะอยู่ใน Tomigaya

Photo by Tom Tor on Unsplash

Exploring Tomigaya & Oku-Shibu

ถ้าเริ่มจากฝั่ง Yoyogi Park และ Tomigaya สามารถค่อยๆ เดินเก็บคาเฟ่และร้านเล็กๆ ก่อนขยับเข้า Kamiyamacho และ Udagawacho ช่วงหลังของวัน เส้นนี้ไม่มี landmark เดียวที่ต้องไปให้ถึง แต่เหมาะกับการเลือกจุดที่ชอบ 3-4 แห่งแล้วปล่อยให้ร้านและถนนระหว่างทางเป็นส่วนหนึ่งของทริป

ฝั่งกาแฟมีร้านที่คาแรกเตอร์ต่างกันชัด เริ่มจาก Fuglen Tokyo ที่รวมกาแฟ ค็อกเทล และงานออกแบบวินเทจแบบนอร์เวย์ไว้ในร้านเดียว, Little Nap Coffee Stand ใกล้ Yoyogi Park และ Beasty Coffee ใน Tomigaya ที่ทำหน้าที่เป็นทั้ง flagship cafe และพื้นที่ทดลองเรื่องกาแฟ ส่วน The Nuts Exchange เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนจังหวะไปทาง vegan cafe และเครื่องดื่มจาก macadamia nut milk

Instagram Featured: @fuglentokyo, @beastycoffee, @minimal_beantobarchocolate, @tecona_begel_works
From left to right: Fuglen Tokyo, Beasty Coffee, Minimal, Tecona Begelworks

จากนั้นสามารถต่อไปที่ Minimal 富ヶ谷本店 flagship store ของแบรนด์ bean-to-bar chocolate ใน Tomigaya แล้วค่อยเดินเข้าฝั่ง Kamiyamacho หา SPBS Honten ร้านหนังสือที่คัดทั้งหนังสือ ของใช้ และวัฒนธรรมร่วมสมัย สองร้านนี้อยู่คนละช่วงของเส้น แต่เป็นคู่ที่ทำให้เห็น Tomigaya-Oku-Shibu ในมุม food, design และ publishing ได้ดี

Instagram Featured: @062.ruru, @anakjajan, @coshipii, @lost.and.found_store, @the_bellwood
From left to right: Pizza Slice, Katsudonya Zuicho, Pork Vindaloo Taberu Fukudaitoryo, Lost and Found Tokyo Store, The Bellwood

ถ้าหิวช่วงที่เดินเข้า Udagawacho มีสองร้านที่อยู่ในตึกเดียวกันคือ Katsudonya Zuicho ชั้น 1 สำหรับคัตสึด้ง และ Pork Vindaloo Taberu Fukudaitoryo ชั้น 2 สำหรับพอร์ควินดาลู ส่วน PIZZA SLICE ปัจจุบันอยู่ Sarugakucho ฝั่ง Shibuya-Daikanyama จึงควรมองเป็น optional detour ถ้าอยากต่อ route ออกไปอีกด้าน มากกว่าจะนับเป็นร้านใน Oku-Shibu โดยตรง

สำหรับสายของใช้และดีไซน์ LOST AND FOUND TOKYO STORE อยู่ฝั่ง Tomigaya ใกล้ Yoyogi Park ส่วนถ้าขยับเข้า Oku-Shibu ช่วงเย็นมี Cidernaut สำหรับ cider และ craft drinks ก่อนต่อไป The Bellwood ใน Udagawacho ซึ่งนำบรรยากาศ café culture ยุค Taisho มาตีความเป็น cocktail bar ร่วมสมัย เส้นนี้จึงสามารถเริ่มจากกาแฟตอนสายแล้วค่อยเปลี่ยน mood ไปสู่หนังสือ ดีไซน์ อาหาร และบาร์ได้ในวันเดียว

Don’t Miss:

ถ้าอยากตัดร้านออกบ้างแล้วเพิ่มพื้นที่เปิดหรือศิลปะ ให้ใช้ Yoyogi Park เป็นช่วงพักของเส้น หรือเดินต่อไปฝั่ง Shoto ซึ่งมีพื้นที่วัฒนธรรมอีกหลายแห่ง

Photo by Rovetune | Instagram Featured: @shoto_museum
From left to right: Yoyogi Park, Shoto Museum of Art

Shoto Museum of Art เป็นพิพิธภัณฑ์ของเขต Shibuya ที่เปลี่ยนนิทรรศการตลอดปี ส่วน Toguri Museum of Art เน้นคอลเลกชันเซรามิก โดยเฉพาะ Imari และ Nabeshima ทั้งสองแห่งควรเช็ก exhibition calendar และวันปิดก่อนเดินทาง เพราะตารางเปลี่ยนตามนิทรรศการ

How to get there:

ถ้าจะเริ่มจากฝั่ง Tomigaya ใช้ Yoyogi-Koen หรือ Yoyogi-Hachiman จะใกล้ Yoyogi Park, Fuglen และร้านใน Tomigaya มากกว่า จากนั้นค่อยเดินตามแนว Kamiyamacho เข้า Oku-Shibu และจบแถว Udagawacho หรือ Shibuya ถ้าจะรวม Shoto หรือ Sarugakucho ด้วย ระยะทางจะเพิ่มขึ้นพอสมควร จึงเหมาะกับการเลือกจุดก่อนแล้วค่อยวาง route มากกว่าพยายามเก็บทุกแห่งในวันเดียว


6 ย่านในพาร์ทแรกอาจไม่ได้ “ลับ” ในความหมายว่าไม่มีใครรู้จัก แต่ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เห็นโตเกียวนอกเส้น Shinjuku-Shibuya แบบเดิมๆ ได้ชัดขึ้น บางย่านเหมาะกับการมี destination บางย่านกลับสนุกกว่าถ้าแค่เดินแล้วปล่อยให้ร้าน ถนน ผู้คน และจังหวะของเมืองพาไปเอง

ส่วนพาร์ท 2 เรากำลังรีเช็กสถานที่และข้อมูลล่าสุดก่อนเผยแพร่ เพราะสำหรับ RoveTUNE ลิสต์ที่สั้นกว่าแต่ยังไปได้จริง น่าสนใจกว่าการรีบรวมให้ครบจำนวน


References / Credit:

อ่านต่อในโตเกียว