จะดีแค่ไหน ถ้าได้เปื่อยไปตามสายน้ำ ใช้ชีวิตแบบ slow life บน slow boat ดูวิว และวิถีชีวิต 2 ข้างฝั่งแม่น้ำ กับการเดินทาง 2 วัน 1 คืน จาก “เชียงราย” ไป “หลวงพระบาง”

ย้อนไปช่วงก่อนโควิด มีทริปนึงที่เราอยากไปมากๆ คือทริปนั่งเรือไปหลวงพระบาง จากข้อมูลที่เราเคยหามา การนั่งเรือไปหลวงพระบางจากไทย จะมีจากเชียงราย และน่าน ซึ่งน่านจะใกล้กว่า แต่เราเข้าใจว่าน่าจะต้องเดินทางกับทัวร์เท่านั้น

การนั่ง slow boat ไปหลวงพระบางจากเชียงราย ต้องขึ้นเรือที่เมืองห้วยทราย อำเภอบ่อแก้ว ประเทศลาว ซึ่งวิธีที่ข้ามไปง่ายที่สุดคือจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย


เราเดินทางจากตัวเมืองเชียงราย โดยขึ้นรถบขส. ไปเชียงของ โดยแจ้งทางคนขับว่าไปด่านข้ามไปห้วยทราย ซึ่งเมื่อรถไปถึงใกล้ด่าน จะจอดให้เราลง และเราต้องต่อรถตุ๊กๆ ที่มารอรับ ต่อไปบริเวณด่าน (หาคนหารได้)

เมื่อทำเรื่องออกจากฝั่งไทยเสร็จจะมีรถให้เรานั่งเพื่อข้ามไปยังพรมแดนลาว การข้ามก็ใช้เอกสารแค่ passport สำหรับคนไทย ก็ข้ามได้แล้ว แต่มีค่าเหยียบแผ่นดินเล็กน้อย น่าจะ 20 บาท หลังจากนั้นเราก็มาถึงฝั่งลาว

สำหรับคนที่มาถึงฝั่งลาวแล้ว จะมีข้อมูลการเดินทางเต็มไปหมด เรียกว่าซื้อตั๋วแล้วไปต่อกันได้เลย รวมไปถึงการนั่ง slow boat ด้วย ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ราคา คือแบบ 1 วัน ซึ่งจะลงที่เมืองกลางทางปากแบง (เหมาะกับคนไม่รีบ อยากชิว แล้วค่อยไปหลวงพระบาง) หรือ แบบ 2 วันที่ปลายทางคือหลวงพระบาง (แวะเมืองปากแบงให้พัก แล้วอีกวันก็เดินทางต่อ)

เอาล่ะมาเรื่องของเรือบ้าง หากใคร backpack แล้วไปซื้อตั๋วเรือ รูปแบบเรือจะเป็นเรือขนส่งมีเบาะนั่ง ขนาดไม่กว้างมาก โดยใครไปอ่านรีวิวจะเห็นว่ามันค่อนข้างไม่ค่อยสบาย เพราะคนเดินทางเยอะ จึงมักเห็นรูปฝรั่งมานั่งกับพื้นแถวหัวเรือ หรือท้ายเรือเพราะสบายกว่า

สำหรับการเดินทางของเรา เราได้รับการสนับสนุนจาก Mekong Smile Cruise ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ ที่ให้เราไปจอยทริปด้วย (ดูข้อมูล และรีวิวได้ที่นี่) โดยเราได้ลองไล่ดูข้อมูลจาก tripadvisor และรีวิวค่อนข้างดี เลยมาแจม ซึ่งทริปของการเดินทางกับทัวร์จะมีเรือที่ต่างออกไป ขนาดที่ใหญ่ และสบายกว่า เดินเล่นไปมาได้เรื่อยๆ แล้วเค้าก็รวมอาหารแบบ buffet และเครื่องดื่มให้ด้วย คือคุ้ม และสบายมากๆ ทำให้ทริปทั้ง 2 วันตลอดการเดินทางเราชิว และเพลินสุดๆ

โดยทริปของเค้าจะเริ่มมารับเราที่ด่านห้วยทรายเลย หลังจากนั้นจะพาไปที่เรือ โดยระหว่างล่องก็จะมีแวะเที่ยวหมู่บ้านปากสิด รวมไปถึงจุดท่องเที่ยวในหลวงพระบาง อย่าง ถ้ำติ่ง และแวะซื้อผ้า หรือจิบเหล้าลาวที่เค้าทำกับที่นี่เลยที่หมู่บ้านซ่างไห

บรรยากาศภายในเรือจะเห็นว่ากว้างกว่าภาพที่มีเบาะ นั่งเปื่อยได้ทั้งลำ แล้วตอนเริ่มไกด์ก็จะมาแนะนำเส้นทาง และข้อมูลกันก่อน

บรรยากาศ 2 ข้างทางจากเริ่มทริปที่เราเห็นบ้านเมือง 2 ข้างฝั่ง ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวลาว ใครจะไปเราแนะนำช่วงที่เราไปเลยเดือนธันวา อากาศโคตรดี

สำหรับชาวทริปก็จะชิวประมาณนี้ ก็นั่งมันวันละ 7-8 ชม.อ่านะ ใครทำอะไรทำ อ่านหนังสือ ถ่ายรูป ใครอยากดื่มก็ซื้อกับที่เรือได้เลย ราคาไม่แรง

สำหรับอาหารบนเรือเค้าจะดูและมื้อเที่ยวทั้ง 2 วัน เป็นแบบ buffet คือกับข้าวเยอะมาก ๆๆๆ ในวันแรกก่อนไปถึงปากแบง ทางทัวร์เค้าพาไปเดินเล่นดูหมู่บ้านปากสิด เป็นหมู่บ้านเล็กระหว่างทาง ให้เราได้ดูวิถีชีวิตของคนที่นี่ มีเด็กมารับตั้งแต่จอดเรือเลย สำหรับชาวต่างชาติอาจรู้สึกน่าตื่นเต้นกว่าเรา ในส่วนของเราที่เป็นคนไทยจะรู้สึกว่าคล้ายหมู่บ้านของพี่น้องบนดอยต่าง ที่ยังขาดโอกาสอยู่พอสมควร การมาของนักท่องเที่ยวเลยทำให้เค้ามีโอกาสมากขึ้น ได้เห็น ได้คุย ใครจะไปรู้เด็กๆบางคนอาจมาเป็นไกด์ก็ได้

วันแรกนั่งเรือมาแต่เช้าจนเย็น เรือก็จะมาแวะพักที่ปากแบง ที่นี่เป็นเมืองปลายทางของทุกคนที่ไปหลวงพระบาง เพราะระยะทางไกลทำให้ต้องแวะพักกันที่นี่

สำหรับใครที่มากับทัวร์ แล้วรวมที่พักไว้แล้ว ทางโรงแรมก็จะมารับที่ท่าเลย ส่วนใครที่ไม่มีก็พูดคุยสอบถามราคาได้ที่ท่าเรือ เค้ามีรูปมีอะไรให้ดูหมด คุยเสร็จนั่งรถไปที่พักได้เลย หรืออยากแบกเป้เดินถามราคาในหมู่บ้าน และดูห้องก่อนก็ได้ เราแนะนำให้หาห้องที่มีวิวแม่น้ำ มันจะดีมาก เพราะตอนเช้าๆ แล้วหมอกลง มองออกไปมันชิวสุดๆ

หมู่บ้านปากแบงเท่าที่เราเดินสำรวจไม่ได้ใหญ่มาก แต่มีของขาย ของกิน atm ครบหมด ด้วยความที่ไม่พลุกพล่าน ทำให้นักท่องเที่ยวบางคนก็อยู่ที่นี่มากกว่า 1 คืน ชิวกับที่นี่เพิ่ม ข้อดีที่ลาวสำหรับเรามากๆ คือภาษา ที่คล้ายกันทำให้การใช้ชีวิตอะไรก็ง่ายไปหมด

เช้ามาอีกวันทุกคนในทริปก็จะไปขึ้นเรือตามที่ไกด์ระบุเวลา แล้วไป slow ต่อ แต่ก่อนถึงหลวงพระบาง ทริปเรือจะแวะอีก 2 ที่ ที่แรกคือถ้ำติ่ง ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่แม้ไม่นะ่งเรือ หลายๆคนที่ไปหลวงพระบาง ก็นั่งเรือมาเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่เยอะ

ถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบโดยชาวฝรั่งเศส เมื่อปี 1865 ปัจจุบันเป็นที่เคารพนับถือของชาวลาว มีพระพุทธรูปแกะสลักกว่า 4,000 องค์ อยู่ภายใน โดยคนท้องถิ่นที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนามาถวาย ซึ่งในช่วงวันสำคัญคนลาวก็มักนิยมมาสรงน้ำพระพุทธรูปที่นี่กันอีกด้วย

อีกที่คือบ้านซ่างไห หมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิถีชีวิต และดูการผลิตวิสกี้ลาว รวมทั้งให้เราได้มีโอกาสได้ชิมด้วย นอกจากนี้ยังมีผ้าทอ สินค้าต่างๆ ขายอีกด้วย ตอนเราไปต่อราคาไปมา ราคาดีกว่าในตลาดมืดในหลวงพระบางอีกนะ

การมาหลวงพระบางในตอนนี้ไปง่ายขึ้นมาก ยิ่งมีรถไฟความเร็วสูงยิ่งสะดวก แต่การลองทำให้ทริปช้าลง แล้วใช้เวลาสนุกไปกับสิ่งรอบตัวแบบทริป slow boat หาไม่ได้มาก เราอยากแนะนำใครที่มีแผนไปเที่ยวหลวงพระบางของมาแบบนี้สักครั้ง แค่เผื่อเวลาให้พอ แล้วที่เหลือระหว่างทางจะทำให้มีความสุขเองครับ 🙂


สำหรับใครที่อยากจะไปทัวร์เราแนะนำ Mekong Smile Cruise ลองติดต่อทาง Facebook ก็ได้ที่: Mekong Smile Cruise