หลายคนอาจรู้จักอาจารย์ ศิลป์ พีระศรี มาก่อน และน่าจะมีอีกหลายคนที่เคยเห็นผลงานโดยที่จะรู้จักชื่อของเขาด้วยซ้ำ
พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ที่เชิงสะพานพุทธ, อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่นครราชสีมา, พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี ไปจนถึงพระประธานพุทธมณฑล ล้วนมีเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับอ.ศิลป์ และการทำงานของกรมศิลปากรในยุคที่ศิลปะสมัยใหม่เริ่มวางรากฐานในประเทศไทย
แต่ครั้งนี้เราไม่ได้เดินทางไปตามหาอนุสาวรีย์เหล่านั้น
เราไปเพียง สองสถานที่ที่อยู่ใกล้กันในพื้นที่กรมศิลปากร คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และ หอประติมากรรมต้นแบบ ที่จังหวะดีเปิดให้เข้าชมช่วงนี้ถึง 20 ก.ย. เนื่องในกิจกรรมพิเศษ “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” (กิจกรรมนี้เรามีไปที่วัดพระแก้ววังหน้า ที่เปิดให้เข้าชมพิเศษด้วย อ่านต่อได้ที่นี่)


จริงๆ แล้ว เราเคยชมทั้ง 2 สถานที่นี้มาก่อนนะ ในช่วงที่เปิดให้เข้าชมเนื่องในวันศิลป์พีระศรี แต่จำปีไม่ได้
ก่อนหน้านี้ความทรงจำจากที่เคยไปมาอาจไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ทำให้เราต้องกลับไปย้ำอีกที
ที่แรกพาเราไปรู้จักตัวอาจารย์ศิลป์ ผ่านห้องทำงานเดิม หนังสือ เครื่องมือ และผลงาน ส่วนอีกที่เต็มไปด้วยต้นแบบประติมากรรม ซึ่งหลายชิ้นต่อมาถูกขยาย หล่อ และนำไปตั้งเป็นอนุสาวรีย์ในพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ
ไหนๆ กรมศิลปากรเปิดทั้งสองแห่งให้เข้าชมเป็นกรณีพิเศษถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ซึ่งอยู่ในช่วงใกล้กับ 15 กันยายน วันศิลป์ พีระศรี สำหรับเราในฐานะศิลป์เก่าศิลปากร ก็เลยเหมาะเลยพอดีที่จะกลับมาทำความรู้จัก “อาจารย์ศิลป์” ให้มากกว่าชื่อที่คุ้นเคยตั้งแต่สมัยเรียน
- อัปเดตการเข้าชม ณ 31 สิงหาคม 2569
- เริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
- ศิลป์ พีระศรี คือใคร?
- ผลงานของศิลป์ พีระศรี – หลายชิ้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองไทย
- ข้างใน "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์พีระศรี" มีอะไร?
- จากห้องทำงาน เดินต่อไป “หอประติมากรรมต้นแบบ”
- หอประติมากรรมต้นแบบ คืออะไร?
- ไฮไลต์ของหอประติมากรรมต้นแบบ
- ทำไมเราว่าควรดูสองที่นี้ต่อกัน?
- 15 กันยายน วันศิลป์ พีระศรี
- FAQ – พิพิธภัณฑ์ศิลป์ พีระศรี และหอประติมากรรมต้นแบบ
- References / แหล่งข้อมูล
อัปเดตการเข้าชม ณ 31 สิงหาคม 2569
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
เปิดพิเศษถึง 20 กันยายน 2569 วันพุธ–อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ปิดจันทร์–อังคาร ปัจจุบันจำกัดผู้เข้าชมไม่เกิน 20 คนต่อรอบ และหากมีคิวจำนวนมากอาจจำกัดเวลาไม่เกิน 20 นาที
หอประติมากรรมต้นแบบ
เปิดพิเศษถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 เช่นกัน เวลา 09.00-16.00 น. และตามประกาศกิจกรรมของกรมศิลปากรระบุว่า เปิดทุกวัน
ถ้าตั้งใจไปวันที่ 15 กันยายน 2569: ปีนี้ตรงกับวันอังคาร ขณะที่ประกาศปัจจุบันระบุว่าพิพิธภัณฑ์ศิลป์ พีระศรีฯ ปิดวันจันทร์–อังคาร จึงควรตรวจสอบประกาศของกรมศิลปากรอีกครั้งก่อนเดินทาง เผื่อมีการเปิดหรือจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันศิลป์ พีระศรี
เริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
จากด้านนอก ถ้าเดินผ่านบริเวณแถววังหน้าพระลาน กรมศิลปากร ไม่น่ารู้ว่าข้างในมีอะไร
อาคารผนังสีเหลือง ประตูไม้สีเขียว และป้ายเล็ก ๆ เขียนว่า National Museum Silpa Bhirasri Memorial หรือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์พีระศรี พิพิธภัณฑ์นี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของลูกศิษย์และผู้ใกล้ชิด เพื่อรำลึกถึงบทบาทของอาจารย์ศิลป์ในการวางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย รวมถึงการก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร
เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2527 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบวันเกิด 92 ปีของอาจารย์ศิลป์ และต่อมาได้รับการจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ในปี 2530 ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นห้องทำงานเดิมที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีใช้จริงขณะยังมีชีวิตอยู่ หลายอย่างเคยเป็นของที่อยู่ในชีวิตประจำวัน และพื้นที่ทำงาน

ศิลป์ พีระศรี คือใคร?
เดิมชื่อว่า Corrado Feroci – คอร์ราโด เฟโรจี เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 หรือ ค.ศ. 1892 ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี และได้รับการศึกษาด้านศิลปะที่นครฟลอเรนซ์ โดยเฉพาะด้านประติมากรรม

ในปี พ.ศ. 2466 หรือ ค.ศ. 1923 อาจารย์ได้เดินทางเข้ามายังสยามเพื่อรับราชการด้านงานประติมากรรม และต่อมามีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะประติมากรและครู ถ่ายทอดหลักวิชาการศิลปะแบบตะวันตก ตั้งแต่การศึกษารูปทรง สัดส่วน กายวิภาค ไปจนถึงกระบวนการสร้างประติมากรรมให้แก่นักเรียนและช่างไทย
แต่ถ้าจะอธิบายว่าทำไมอ. ศิลป์ พีระศรีถึงสำคัญต่อประวัติศาสตร์ศิลปะไทย คำตอบไม่ได้อยู่ที่จำนวนอนุสาวรีย์ที่เขามีส่วนสร้างเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญมากคือ การสร้างคนและวางรากฐานระบบการศึกษาศิลปะ
การเรียนการสอนศิลปะที่เริ่มพัฒนาขึ้นภายในกรมศิลปากร ก่อนจะขยายตัวเป็นโรงเรียนศิลปากร ได้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนมีการสถาปนา มหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 โดยมีคณะจิตรกรรมและประติมากรรมเป็นคณะแรก
ผลงานของศิลป์ พีระศรี – หลายชิ้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองไทย
ผลงานของอ.ศิลป์ พีระศรีมีทั้งงานรูปเหมือน ประติมากรรม และงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอนุสาวรีย์สำคัญหลายแห่งในประเทศไทย
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือรัชกาลที่ 1 บริเวณเชิงสะพานพุทธ



งานนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าการสร้างอนุสาวรีย์หนึ่งแห่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายคน โดย สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบ ขณะที่ อ.ศิลป์ พีระศรีเป็นผู้ปั้นพระบรมรูป
อีกชิ้นที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่เราได้เห็นภายในหอประติมากรรมต้นแบบโดยตรงคือ ต้นแบบรูปท้าวสุรนารี ซึ่งอ.ศิลป์ พีระศรีปั้นขึ้นในช่วง พ.ศ. 2477 ก่อนนำไปสู่การสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่จังหวัดนครราชสีมา
นอกจากนี้ยังมีงานที่อาจารย์ศิลป์มีบทบาทอีกหลายชิ้น เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 บริเวณสวนลุมพินี พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่วงเวียนใหญ่ รวมถึงงานประติมากรรมที่เกี่ยวข้องกับอนุสาวรีย์สำคัญของรัฐไทยในยุคนั้น
ตรงนี้เป็นจุดที่ควรแยกให้ออกจากภาพจำง่าย ๆ ว่าอนุสาวรีย์ทุกแห่งเป็น “ผลงานของอ.ศิลป์ พีระศรี” เพียงคนเดียว งานขนาดใหญ่เหล่านี้มักเกิดจากหลายกระบวนการและหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้ออกแบบ ประติมากร ช่าง ไปจนถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้าง และเมื่อเราได้เห็น “ต้นแบบ” จริง ๆ ในหอประติมากรรม ก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาก
ข้างใน “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์พีระศรี” มีอะไร?
พิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใหญ่มาก ตอนที่เราไป พื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมและเราสังเกตได้มี 2 ห้องที่เดินทะลุถึงกัน
เราไม่แน่ใจว่าปกติพิพิธภัณฑ์มีพื้นที่จัดแสดงหรือเปิดให้ชมมากกว่านี้หรือไม่ แต่สำหรับการเข้าชมครั้งนี้ สิ่งที่เห็นไม่ได้แบ่งชัดเจนว่า “ห้องนี้เป็นห้องทำงาน” หรือ “ห้องนี้เป็นห้องแสดงผลงาน” แบบพิพิธภัณฑ์ที่จัดหมวดหมู่แยกกันชัด ๆ
ตรงกันข้าม ทั้งสองห้องมีทั้ง ผลงานศิลปะ เรื่องราวของอาจารย์ศิลป์ ผลงานของลูกศิษย์ และข้าวของที่เคยใช้ในชีวิตจริง วางอยู่ร่วมกัน
ห้องแรก – มองอาจารย์ศิลป์ผ่านผลงานของลูกศิษย์
สิ่งแรกที่เราจำได้จากห้องแรกคือ มีผลงานของศิลปินและลูกศิษย์ของอาจารย์ศิลป์จัดแสดงอยู่หลายชิ้น
มีชื่อสำคัญในประวัติศาสตร์ศิลปะไทยอย่าง เฟื้อ หริพิทักษ์, ประยูร อุลุชาฎะ, เขียน ยิ้มศิริ, ชลูด นิ่มเสมอ, จำรัส เกียรติก้อง, สวัสดิ์ ตันติสุข และทวี นันทขว้าง รวมถึงข้อมูลสั้น ๆ ให้เราได้รู้จักทั้งตัวอาจารย์ศิลป์และศิลปินในยุคนั้นมากขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้พื้นที่นี้ไม่รู้สึกเหมือนห้องแสดงผลงานของลูกศิษย์เพียงอย่างเดียว คือ โต๊ะทำงานของอาจารย์ศิลป์ก็อยู่ในห้องนี้ด้วย
รอบ ๆ ยังมีของใช้และอุปกรณ์ที่ทำให้เราหยุดดูรายละเอียดมากกว่าที่คิด ทั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำงาน สี แว่นตา และข้าวของชิ้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมคนในประวัติศาสตร์กลับเข้ากับชีวิตประจำวันจริง ๆ


ห้องที่สอง – ประติมากรรม แบบร่าง และอีกด้านของชีวิตอาจารย์ศิลป์
เมื่อเดินต่อไปอีกห้อง สิ่งที่เราจำได้มากขึ้นคือ งานประติมากรรม ทั้งงานปูนปลาสเตอร์ (plaster) งานสำริด (bronze) รูปเหมือน และชิ้นงานขนาดต่าง ๆ ที่จัดแสดงทั้งบนแท่นและภายในตู้
บางชิ้นเป็นผลงานของอาจารย์ศิลป์เอง ขณะที่บางชิ้นเป็นผลงานของลูกศิษย์หรือศิลปินรุ่นต่อมา แม้แต่รูปเหมือนใบหน้าของอาจารย์ศิลป์ที่เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นงานที่อาจารย์ปั้นตัวเองเสมอไป หลายชิ้นเป็นการที่ศิลปินหรือลูกศิษย์นำบุคลิกและใบหน้าของครูมาสร้างเป็นผลงานอีกทอดหนึ่ง
ในห้องนี้ยังมีงานลักษณะเป็น แบบร่างและต้นแบบ ให้เห็นอยู่บ้าง ซึ่งช่วยเชื่อมเรื่องราวไปยังหอประติมากรรมต้นแบบที่เราจะเดินไปดูต่อหลังจากนี้ได้พอดี
นอกจากงานศิลปะแล้ว ยังมีข้าวของส่วนตัวแทรกอยู่ในพื้นที่ด้วย เช่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง และของใช้อื่น ๆ
บางอย่างไม่ได้อยู่ตรงกลางห้องด้วยซ้ำ แต่ซ่อนอยู่ตามมุมเล็ก ๆ จนต้องค่อย ๆ เดินดู เช่น ชุดที่อาจารย์เคยใช้ และเตียงนอน ที่ทำให้พิพิธภัณฑ์มีรายละเอียดของชีวิตส่วนตัวมากกว่าที่เราคาดไว้ตอนแรก
จบจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลป์พีระศรี ทำให้การเดินต่อไปยัง หอประติมากรรมต้นแบบ น่าสนใจขึ้น
เพราะหลังจากเพิ่งเห็นงานในสเกลของห้องทำงานและชีวิตของคนหนึ่งคน เรากำลังจะได้เห็นว่ากระบวนการทำงานเหล่านั้นถูกขยายออกไปเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ได้อย่างไร


จากห้องทำงาน เดินต่อไป “หอประติมากรรมต้นแบบ”
ถ้าพิพิธภัณฑ์แห่งแรกทำให้เราได้รู้จัก อ.ศิลป์ มากขึ้น
หอประติมากรรมต้นแบบก็พาเราไปดู “งาน” และ “กระบวนการที่อยู่เบื้องหลัง”
บรรยากาศเปลี่ยนไปค่อนข้างชัดตั้งแต่ตัวอาคาร จากพิพิธภัณฑ์สีเหลืองขนาดไม่ใหญ่ เราเดินต่อมายังอาคารสูงแบบพื้นที่ทำงาน มีป้ายด้านหน้าเขียนว่า หอประติมากรรมต้นแบบ – Hall of Sculpture
เมื่อเข้าไปข้างในก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนแกลเลอรีที่เว้นพื้นที่รอบงานแต่ละชิ้นอย่างกว้างขวาง แต่ตรงหน้าเรามีงานปั้นจำนวนมากอยู่ร่วมกัน และหลายงานขนาดเท่าจริง หรือใหญ่มาก ทั้งพระบรมรูป รูปบุคคล พระเศียร พระพุทธรูป ชิ้นส่วนประติมากรรม และต้นแบบอนุสาวรีย์ในขนาดต่าง ๆ

หอประติมากรรมต้นแบบ คืออะไร?
หอประติมากรรมต้นแบบ เป็นพื้นที่รวบรวมงานประติมากรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกรมศิลปากร ตั้งแต่พระบรมราชานุสาวรีย์ พระราชานุสาวรีย์ อนุสาวรีย์ พระพุทธรูป พระบรมรูป พระรูป และรูปบุคคลสำคัญ
มีทั้งผลงานที่ อ.ศิลป์ พีระศรีสร้างขึ้น และงานของประติมากรกรมศิลปากรรุ่นต่อ ๆ มา


สำหรับเรา ความพิเศษอีกอย่างของการดูต้นแบบคือเรื่องของ ระยะ ที่เวลาเราเห็นอนุสาวรีย์จริง เรามักมองจากด้านล่าง มองจากอีกฝั่งของถนน หรือเห็นพร้อมกับฐาน อาคาร รถ และผู้คนรอบข้าง
ได้เห็นพื้นผิว
เห็นรูปทรง
เห็นสัดส่วน
ได้มองงานจากหลายด้านได้ในระยะที่ปกติแทบไม่มีโอกาส
แต่ก่อนจะได้สังเกตใกล้ๆ การก้าวเข้ามาที่หอนี้ก็ว้าวสุดๆแล้ว เพราะเราไม่เคยเห็น หรือเข้าใกล้งานประติมากรรมขนาดใหญ่ ใกล้ๆ ขนาดนี้มาก่อนเลย
ไฮไลต์ของหอประติมากรรมต้นแบบ
จริงๆ งานในหอมีจำนวนมาก และถ้าพยายามจำชื่อทุกชิ้นก็คงเหนื่อยเกินไป เราเลยคิดว่าวิธีดูที่สนุกกว่าคือเลือกดูบางชิ้นที่เชื่อมโยงกับสถานที่หรือภาพจำที่เราคุ้นเคย แล้วลองคิดย้อนกลับว่า ก่อนจะกลายเป็นผลงานขนาดใหญ่ งานเหล่านั้นเริ่มต้นอย่างไร
ต้นแบบท้าวสุรนารี
หนึ่งในชิ้นสำคัญคือ ต้นแบบรูปท้าวสุรนารี กรมศิลปากรระบุว่าศิลป์ พีระศรีปั้นต้นแบบนี้ขึ้นราวต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2477 และปัจจุบันต้นแบบได้รับการเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ที่หอประติมากรรมต้นแบบ
ความพิเศษคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่งานจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าประวัติภายหลัง แต่มันเชื่อมโยงกับกระบวนการที่นำไปสู่การสร้างอนุสาวรีย์จริงที่นครราชสีมา
จากบุคคลสำคัญที่เรารู้จักในฐานะสัญลักษณ์ของเมืองหนึ่ง เมื่อมาอยู่ในหอนี้ ความสนใจของเรากลับเปลี่ยนไปอยู่ที่ท่าทาง สัดส่วน การวางแขน มือ เสื้อผ้า และรายละเอียดของงานปั้นมากขึ้น

ต้นแบบพระบรมราชานุสาวรีย์และบุคคลสำคัญ
ภายในยังมีต้นแบบที่เกี่ยวข้องกับพระบรมราชานุสาวรีย์และอนุสาวรีย์สำคัญอีกหลายแห่ง
ตั้งแต่ รัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 6 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไปจนถึงงานประติมากรรมที่เกี่ยวข้องกับอนุสาวรีย์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย



ตรงนี้ทำให้เราเริ่มมองงานเหล่านั้นต่างออกไป เมื่ออยู่กลางเมือง เรามักเห็นอนุสาวรีย์ในฐานะ landmark จุดนัดพบ หรือองค์ประกอบหนึ่งของพื้นที่ แต่เมื่อเห็นต้นแบบ เรากลับเริ่มมองมันในฐานะ งานประติมากรรม นี่น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราชอบหอนี้มากกว่าที่คาดไว้
พระศรีศากยทศพลญาณ – จากแบบร่างสู่พระประธานพุทธมณฑล
อีกงานสำคัญที่เชื่อมโยงกับอาจารย์ศิลป์คือ พระศรีศากยทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พระประธานองค์ใหญ่แห่งพุทธมณฑล
ภายในพิพิธภัณฑ์มีแบบร่างที่เกี่ยวข้องกับงานชิ้นนี้ ขณะที่การมาดูงานประติมากรรมต้นแบบต่อกันทำให้เราเข้าใจกระบวนการสร้างงานขนาดใหญ่ได้มากขึ้น ยอมรับเลยว่าการออกแบบสมัยก่อนต้องใช้ความแม่นยำมากจริงๆ



ที่นี่ไม่ได้มีแค่ผลงานของอาจารย์ศิลป์
อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนมา คือ หอประติมากรรมต้นแบบไม่ได้เก็บเฉพาะผลงานของศิลป์ พีระศรี ภายในยังมีผลงานของประติมากรจากกรมศิลปากรรุ่นต่อมาอีกจำนวนมาก เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าสนใจมาก เพราะหลังจากเพิ่งเห็นผลงานของลูกศิษย์ภายในพิพิธภัณฑ์ พอมาอยู่ในหอแห่งนี้ เราก็ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของการส่งต่อความรู้ เป็นภาพของวงการ ประติมากรรมไทย ที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงผ่านคนจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นแหล่งรวมตัวอย่างงานชั้นครูให้คนรุ่นหลังๆ ได้เรียนรู้
ทำไมเราว่าควรดูสองที่นี้ต่อกัน?
หลังเดินครบทั้งสองแห่ง เราว่าลำดับของการดูมีผลกับความรู้สึกพอสมควร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ทำให้เราเริ่มจากตัวคน เราเห็นห้องทำงาน หนังสือ เครื่องมือ ผลงาน และศิลปินรุ่นลูกศิษย์ จากนั้น หอประติมากรรมต้นแบบ ค่อยขยายภาพออกไปว่า ความรู้ วิธีทำงาน และระบบที่คนคนนี้มีส่วนวางรากฐานไว้ ถูกส่งต่อและพัฒนาออกไปอย่างไร
เราว่ามันคุ้มค่านะ ที่ได้เข้าไปดูงานศิลปะ ของศิลปินระดับอาจารย์ ที่ไม่ได้เปิดให้ชมบ่อยๆ
15 กันยายน วันศิลป์ พีระศรี
วันที่ 15 กันยายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และเป็นวันที่ชาวศิลปากรใช้รำลึกถึงท่านในชื่อ “วันศิลป์ พีระศรี”
สำหรับเรา การมาครั้งนี้จึงมีเรื่องส่วนตัวปนอยู่ด้วยเล็กน้อย เพราะในฐานะคนที่เคยเรียนศิลปากร ชื่ออาจารย์ศิลป์เป็นชื่อที่เราได้ยินมาตลอด
ครั้งนี้เลยเหมือนได้กลับมาดูก่อนวันเกิดอาจารย์ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังชื่อนั้นเคยทำงานอย่างไร และสิ่งที่เขาเริ่มไว้เดินทางต่อมาอย่างไร จึงเป็นการ tribute ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร
แค่กลับมาดูงานอาจารย์
กลับมาอ่านเรื่องของอาจารย์
แล้วช่วยเล่าเรื่องเหล่านี้ต่ออีกครั้ง


FAQ – พิพิธภัณฑ์ศิลป์ พีระศรี และหอประติมากรรมต้นแบบ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ คืออะไร?
เป็นพิพิธภัณฑ์ของกรมศิลปากรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทยและมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นห้องทำงานเดิมที่ท่านเคยใช้จริง
ศิลป์ พีระศรี คือใคร?
ศิลป์ พีระศรี หรือ Corrado Feroci เป็นประติมากรชาวอิตาลี เกิดที่เมืองฟลอเรนซ์ในปี ค.ศ. 1892 เดินทางเข้ามาทำงานในสยามในปี ค.ศ. 1923 และมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะประติมากร ครู และผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย
หอประติมากรรมต้นแบบมีอะไร?
หอประติมากรรมต้นแบบรวบรวมต้นแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ อนุสาวรีย์ พระพุทธรูป และรูปบุคคลสำคัญ ทั้งงานของศิลป์ พีระศรีและประติมากรกรมศิลปากรรุ่นต่อ ๆ มา หนึ่งในชิ้นสำคัญคือต้นแบบท้าวสุรนารี
วันศิลป์ พีระศรี ตรงกับวันไหน?
15 กันยายนของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
References / แหล่งข้อมูล
- กรมศิลปากร – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
ข้อมูลประวัติการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ พื้นที่จัดแสดง ห้องทำงานเดิม และผลงานภายในพิพิธภัณฑ์ - กรมศิลปากร – ข้อมูลศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
ข้อมูลชีวประวัติ Corrado Feroci การเดินทางเข้ามารับราชการในสยาม และบทบาทด้านประติมากรรมและการศึกษาศิลปะ - กรมศิลปากร – หอประติมากรรมต้นแบบ
ข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ของหอ การรวบรวมต้นแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ อนุสาวรีย์ พระพุทธรูป และผลงานของประติมากรกรมศิลปากร - กรมศิลปากร – รูปปั้นต้นแบบท้าวสุรนารี
ข้อมูลต้นแบบที่ศิลป์ พีระศรีปั้นราวต้นปี พ.ศ. 2477 และการเก็บรักษาที่หอประติมากรรมต้นแบบ - กรมศิลปากร – ข้อมูลพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 และพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6
ใช้ประกอบรายละเอียดบทบาทของศิลป์ พีระศรีและกระบวนการสร้างต้นแบบประติมากรรม - กรมศิลปากร – กิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ปี 2569
ข้อมูลการเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ และหอประติมากรรมต้นแบบเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม-20 กันยายน 2569 - กรมศิลปากร – ประกาศการเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ วันที่ 29 สิงหาคม 2569
ข้อมูลการจำกัดผู้เข้าชมไม่เกิน 20 คนต่อรอบ และการจำกัดเวลาชมในช่วงที่มีผู้รอจำนวนมาก - มหาวิทยาลัยศิลปากร – ประวัติมหาวิทยาลัยศิลปากร
ข้อมูลพัฒนาการจากการศึกษาศิลปะภายใต้กรมศิลปากรสู่การสถาปนามหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 - มหาวิทยาลัยศิลปากร / กรมศิลปากร – วันศิลป์ พีระศรี
ข้อมูลวันที่ 15 กันยายน วันคล้ายวันเกิดศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และกิจกรรมรำลึกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
อ่านต่อ: เที่ยววัดพระแก้ววังหน้า — อีกหนึ่งพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เปิดให้ชมในช่วงกิจกรรมรากนครา







